<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Community:</title>
    <link>http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/924</link>
    <description />
    <pubDate>Sat, 07 Mar 2026 06:47:37 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-03-07T06:47:37Z</dc:date>
    <item>
      <title>นโยบายและการพัฒนาผู้เรียนทางด้านภาษาอังกฤษตามกรอบอ้างอิง CEFR ในมุมมอง ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช</title>
      <link>http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/2421</link>
      <description>Title: นโยบายและการพัฒนาผู้เรียนทางด้านภาษาอังกฤษตามกรอบอ้างอิง CEFR ในมุมมอง ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
Authors: บุญจริง, เบญจมิน; ไกรทอง, ปรมัษฐ์; จูงพงศ์, พรพิมล; อนรรฆจีระพงศ์, คมสัน; พลับทอง, ธจามิน; สิงหสุวรรณ, ผานิต
Abstract: กระทรวงศึกษาธิการก าหนดนโยบายยกระดับและพัฒนาทักษะทางด้านภาษาอังกฤษของ การศึกษาไทยให้สอดคล้องกับทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยใช้กรอบอ้างอิง CEFR กับนักศึกษารหัสปี 2559 เป็นครั้งแรก การวิจัยในครั้งนี้จึงศึกษามุมมองของนักศึกษาเกี่ยวกับนโยบายและการพัฒนาผู้เรียนด้าน ภาษาอังกฤษตามกรอบอ้างอิง CEFR กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย &#xD;
นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ถึงชั้นปีที่ 3 จ านวน 225 คนจากทั้ง 5 คณะในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช  ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยโปรแกรมไมโครซอฟท์เอ็กซ์เซล เพื่อทำการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการ วิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบอ้างอิง CEFR ในเชิงนโยบายทั้งในด้านความหมาย ระดับขั้นต่างๆ และการนำมาประยุกต์ใช้ของมหาวิทยาลัย ในมุมมองของนักศึกษานั้นกรอบอ้างอิง CEFR เปรียบเสมือนเครื่องมือที่ใช้วัดระดับความสามารถทางภาษาของตนเอง และมีความสำคัญในการส่งเสริมโครงการพัฒนาทักษะทางภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัย โดยมีศูนย์ภาษา คณะต่างๆ และอาจารย์ที่ปรึกษา ที่เป็นทั้งแหล่งข้อมูล แหล่งความรู้ และแนะนำให้นักศึกษา ผลการวิจัยสามารถนำมาเป็นฐานข้อมูลในการออกแบบการนำนโยบายมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนานักศึกษาครั้งต่อๆ ไปให้แก่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยอื่นๆ  ทั่วประเทศ</description>
      <pubDate>Tue, 30 Jun 2020 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/2421</guid>
      <dc:date>2020-06-30T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>พฤตกิรรมการใช้สื่อออนไลน์ในการพัฒนาภาษาอังกฤษนอกช้ันเรียนของนักศึกษา สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช</title>
      <link>http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/2420</link>
      <description>Title: พฤตกิรรมการใช้สื่อออนไลน์ในการพัฒนาภาษาอังกฤษนอกช้ันเรียนของนักศึกษา สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
Authors: เจนวิทยารักษ์, เรืองริน; เยี่ยมกร, กิตติพงศ์; มากชู, ศรอนงค์; แสงอนนท์, สโรชา; เนินพลอย, ชุติม
Abstract: งานวิจัยเรื่อง พฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์ในการพัฒนาภาษาอังกฤษนอกชั้นเรียนของนักศึกษา สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มีวตัถุประสงค์เพื่อ &#xD;
1) เพื่อศึกษา พฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์ในการพัฒนาภาษาอังกฤษนอกชั้นเรียน 2) เพื่อศึกษาความต้องการการใช้สื่อ ออนไลน์ในการพัฒนาภาษาอังกฤษนอกชั้นเรียน 3) เพื่อค้นหาแนวทางการใช้สื่อออนไลน์ในการพัฒนา ภาษาอังกฤษนอกชั้นเรียน กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจชั้นปีที่ 1-3 คณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช จำนวน 78 คน &#xD;
โดยใช้วิธีการเลือกแบบ เฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถามออนไลน์ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ ค่าสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) พฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์ในการพัฒนาภาษาอังกฤษนอกชั้นเรียน โดยส่วนใหญ่นักศึกษาใช้สื่อ ออนไลน์มากกว่า 9 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งสื่อออนไลน์ที่นักศึกษาเลือกใช้มากที่สุดคือ Facebook คิดเป็นร้อยละ 100 และส่วนใหญ่ใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตส่วนตัวเพื่อการเข้าถึงสื่อออนไลน์ คิดเป็นร้อยละ 79.5 2) ความต้องการการใช้สื่อออนไลน์ในการพัฒนาภาษาอังกฤษนอกชั้นเรียน นกัศึกษามีความต้องการใช้สื่อออนไลน์ หลากหลายช่องทาง เช่น YouTube, Facebook หรือ Instagram ในการฝึกบทเรียนออนไลน์ และตอ้งการให้ ผู้สอนนำสื่อออนไลน์ไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอน และ 3) ค้นหาแนวทางการใช้สื่อออนไลน์ในการ พัฒนาภาษาอังกฤษนอกชั้นเรียน โดยจากผลการวิจัยพบแนวทางที่โดดเด่นที่เหมาะแก่นักศึกษา คือ  &#xD;
แอพพลิเคชั่นที่เหมาะสำหรับการฝึกทักษะการฟังเพลงภาษาอังกฤษ คือ YouTube และแอพพลิเคชั่นที่เหมาะสำหรับการพูดคุย ติดต่อสื่อสารกับชาวต่างชาติ คือ Facebook รวมไปถึง แนวทางของครูผู้สอน คือ การนำสื่อออนไลน์ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน เพื่อให้เกิดความน่าสนใจ ทันสมัย และสอดคล้องกับความ ต้องการของนักศึกษามากขึ้น</description>
      <pubDate>Tue, 30 Jun 2020 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/2420</guid>
      <dc:date>2020-06-30T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>เอกสารถอดบทเรียน เรื่อง คลังข้อมูลดิจิทัลสะดวกและง่ายในการสืบค้น</title>
      <link>http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/2004</link>
      <description>Title: เอกสารถอดบทเรียน เรื่อง คลังข้อมูลดิจิทัลสะดวกและง่ายในการสืบค้น
Authors: อ.มโนรส บริรักษ์อราวินท์
Abstract: ในปัจจุบันระบบการจัดเก็บสารสนเทศแบบดิจิทัล กําลังได้รับความนิยมในการใช้งานเพราะมีความง่ายในการดําเนินการกับสารสนเทศ เช่น การจัดเก็บ การแก้ไข การสืบค้น และ การอ้างอิงผลงานที่นําเข้าระบบ เป็นต้น ประกอบกับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย จึงทําให้สารสนเทศแบบดิจิทัลที่เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่เพียงเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ต ก็สามารถเข้าไปดําเนินการกับสารสนเทศที่ต้องการได้สําหรับการจัดเก็บสารสนเทศในรูปแบบดิจิทัล ของหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยราชภัฏ นครศรีธรรมราช เช่น งานวิจัย วิทยานิพนธ์ บทความ หนังสือหายาก จุลสาร ของคณะ/หน่วยงาน ภายในมหาวิทยาลัย ในรูปแบบเดิมแต่ละคณะ/หน่วยงานจะเก็บสารสนเทศ แยกกันตามแต่ละ คณะ/หน่วยงาน เช่น งานวิจัย วิทยานิพนธ์ จุลสาร วารสาร จะเก็บไว้ที่เครื่องให้บริการของ คณะ/หน่วยงานเอง ทําให้การเข้าถึงสารสนเทศทําได้ยากและไม่เป็นระบบแบบเดียวกัน การสืบค้น สารสนเทศที่ต้องการเป็นไปด้วยยากและอาจหาสารสนเทศ ไม่ตรงกับความต้องการ จึงได้มีการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการใช้ ซอฟต์แวร์ dspace เพื่อพัฒนาระบบคลังข้อมูลดิจิทัล โดยผ่านการวิจัยเรื่องการจัดทําระบบคลังข้อมลดิจิทัลเพื่อใช้ในการดําเนินงานจัดเก็บสารสนเทศในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ภายใน มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ซึ่งข้อค้นพบที่ได้คือ ในตัวซอฟต์แวร์ dspace สามารถอ้างอิงระบบจัดเก็บเอกสารแบบ ดับลินคอร์เมทาดาทา(Dublin Core Metadata) ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์คือใชเมทาดาทาในการอธิบายใหทราบรายละเอียดของขอมูลในเว็บเชนเดียวกับการทํารายการ (Catalog) ของหนังสือ การอธิบายเว็บเพจวาใครเปนเจาของงานนั้น งานนั้นชื่ออะไร มีหัวเรื่อง คําสําคัญอยางไรเพื่อใหสามารถสืบคนขอมูลสาระที่ตองการไดโดยสะดวก โดยที่เนื้อหาตางๆ เหลานั้นอยูในเว็บนั่นเอง</description>
      <pubDate>Fri, 27 Jun 2014 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/2004</guid>
      <dc:date>2014-06-27T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>คู่มือนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช นักศึกษาภาคปกติ ปีการศึกษา 2555</title>
      <link>http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/1782</link>
      <description>Title: คู่มือนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช นักศึกษาภาคปกติ ปีการศึกษา 2555
Authors: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช</description>
      <pubDate>Mon, 29 Jul 2013 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/1782</guid>
      <dc:date>2013-07-29T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

