<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/6">
    <title>DSpace Collection: วิทยานิพนธ์ของนักศึกษาระดับปริญญาโท และปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช</title>
    <link>http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/6</link>
    <description>วิทยานิพนธ์ของนักศึกษาระดับปริญญาโท และปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช</description>
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/2345" />
        <rdf:li rdf:resource="http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/2344" />
        <rdf:li rdf:resource="http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/2343" />
        <rdf:li rdf:resource="http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/2342" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-03-06T07:45:13Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/2345">
    <title>การพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างทักษะชีวิตสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น</title>
    <link>http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/2345</link>
    <description>Title: การพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างทักษะชีวิตสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น
Authors: นวลใย สุทธิพิทักษ์
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิผลของหลักสูตรเสริมสร้าง ทักษะชีวิตสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ดำเนินการวิจัยและพัฒนาเป็น 4 ตอน ได้แก่ 1) การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน 2) การสร้างหลักสูตร 3) การทดลองใช้หลักสูตร และ 4) การปรับปรุง หลักสูตร กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 โรงเรียนบ้านนาเคียน ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2558 จำนวน 40 คน ใช้แบบแผนการวิจัยแบบสองกลุ่มทดสอบก่อน-หลัง (PretestPosttest Control Group Design) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย หลักสูตรที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น แบบประเมินความเหมาะสมและความสอดคล้องของหลักสูตร คู่มือครู แบบวัดทักษะชีวิต แบบสังเกตพฤติกรรมทักษะชีวิต และแบบบันทึกผลสะท้อนการเรียนรู้ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ( X ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที (t - test)&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า 1. การพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างทักษะชีวิตสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ประกอบด้วย (1) สภาพปัญหาและความจำเป็น (2) การกำหนดหลักการ (3) วัตถุประสงค์ (4) การกำหนดโครงสร้างเนื้อหาและเวลา (5) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติจริงแบบมีส่วนร่วม ทั้งในและนอกโรงเรียน (6) สื่อและแหล่งเรียนรู้ และ (7) การวัดและประเมินผล ซึ่งหลักสูตรมีความสอดคล้องและเหมาะสมอยูในระดับมาก 2. ประสิทธิผลของหลักสูตรเสริมสร้างทักษะชีวิตสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า คะแนนเฉลี่ยทักษะชีวิตของนักเรียนกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คะแนนเฉลี่ยทักษะชีวิตของกลุ่มทดลองหลังการใช้หลักสูตรสูงกว่าก่อนการใช้หลักสูตรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และพัฒนาการของพฤติกรรมทักษะชีวิตของ นักเรียนกลุ่มทดลองมีแนวโน้มสูงขึ้น</description>
    <dc:date>2558-12-25T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/2344">
    <title>ความคาดหวังของผู้บริหารต่อการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่</title>
    <link>http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/2344</link>
    <description>Title: ความคาดหวังของผู้บริหารต่อการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่
Authors: ชไมพร คำเอียด
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความคาดหวังต่อการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ และ 2) เพื่อเปรียบเทียบความคาดหวังต่อการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษากระบี่ จำแนกตามตำแหน่งหน้าที่ วุฒิการศึกษา และประสบการณ์ในตำแหน่ง โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 140 คน และหัวหน้าฝ่ายวิชาการ จำนวน 140 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามความคาดหวังของผู้บริหารสถานศึกษาและหัวหน้าฝ่ายวิชาการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสถิติสำเร็จรูป ในการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานโดยใช้ ค่าที (t-test) และค่าเอฟ (F-test) เพื่อการวิเคราะห์ความแปรปรวน แบบทางเดียว (One Way ANOVA)&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า 1. ความคาดหวังต่อการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่ามีความคาดหวังอยู่ในระดับมากทุกด้าน 2. ผลการเปรียบเทียบความคาดหวังต่อการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ จำแนกตามตำแหน่งหน้าที่ พบว่าโดยภาพรวม มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำแนกตามวุฒิการศึกษาพบว่าโดยภาพรวม มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และจำแนกตามประสบการณ์ในตำแหน่ง พบว่าโดยภาพรวมและแต่ละด้านไม่แตกต่างกัน</description>
    <dc:date>2559-06-09T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/2343">
    <title>คุณธรรมจริยธรรมของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในจังหวัดนครศรีธรรมราช</title>
    <link>http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/2343</link>
    <description>Title: คุณธรรมจริยธรรมของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในจังหวัดนครศรีธรรมราช
Authors: จรรยา โต๊ะตาเหยะ
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับคุณธรรมจริยธรรม และเปรียบเทียบคุณธรรม จริยธรรมของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ตามความคิดเห็นของครู กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย ผู้บริหารและครูผู้สอนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 229 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถาม แบบมาตราส่วนประมาณค่าและสถิติที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การทดสอบค่าเอฟ และการวิเคราะห์ ความแปรปรวนทางเดียว&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า 1. คุณธรรม จริยธรรมของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ตามความคิดเห็นของครูโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยเรียงตามลำดับจากค่าเฉลี่ยมากที่สุด ได้แก่ ด้านความซื่อสัตย์ รองลงมาคือ ด้านความรับผิดชอบ ด้านความเสียสละ และมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดคือ ด้านความอดทน อดกลั้น&#xD;
2. ผลการเปรียบเทียบคุณธรรม จริยธรรมของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ตามความคิดเห็นของครูจำแนกตามวุฒิการศึกษาและประสบการณ์การทำงาน โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ .05 ในส่วนของบทบาทหน้าที่โดยภาพรวมและรายด้านพบว่าไม่แตกต่างกัน&#xD;
3. คุณธรรม จริยธรรม ของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ตามความคิดเห็นของครูด้านความซื่อสัตย์ควรคัดเลือกผู้บริหารที่มีจริยธรรม รักในหน้าที่ เสียสละ ทุ่มเทและมีความบริสุทธิ์ใจในการทำงาน ด้านความรับผิดชอบ ควรมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมความรับผิดชอบ การมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือพัฒนาสังคม ด้านความเสียสละ ควรเห็นประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าส่วนตน และมีความโอบอ้อมอารี และด้านความอดทนอดกลั้น ควรต้องใช้ความอดทน สุขุม รอบคอบในการบริหารงาน</description>
    <dc:date>2559-09-09T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/2342">
    <title>บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4</title>
    <link>http://dspace.nstru.ac.th:8080/dspace/handle/123456789/2342</link>
    <description>Title: บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4
Authors: อุทัยวรรณ นรินรัตน์
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษา ในการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครศรีธรรมราช เขต 4 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือ ครูวิชาการและครูผู้สอน สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 จำนวน 302 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บ รวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบน มาตรฐาน ทดสอบค่า t – test และวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One Way ANOVA) และ เปรียบเทียบรายคู่ตามวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe’)&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า 1. บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุด 2. การเปรียบเทียบบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการดำเนินงานประกันคุณภาพ ภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 ตามความ คิดเห็นของครู จำแนกตามสถานภาพตำแหน่ง ประสบการณ์ในการทำงาน และประสบการณ์ ในการอบรมเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา พบว่า ไม่แตกต่างกัน</description>
    <dc:date>2559-12-30T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

